ในช่วงฤดูฝนไม่ว่าจะปีไหน ๆ ก็มีสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะโรคเมลิออยด์หรือโรคไข้ดิน ซึ่งเป็นโรคที่มักพบบ่อยในช่วงฤดูฝน โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียในดินและน้ำ โดยสามารถพบได้ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย แม้อาการที่พบไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่หากมีอาการแทรกซ้อน ไม่ได้รับการรักษาอาจสายเกินไป
ลักษณะอาการของโรคเมลิออยด์หรือโรคไข้ดิน
อาการของโรคไข้ดิน มีดังนี้
- มีไข้สูง
- ไอ
- อาจพบแผลฝีหนองตามร่างกาย
นอกจากนั้น ยังพบอาการรุนแรงแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
- การติดเชื้อที่ปอด ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ มีไข้ ไม่อยากอาหาร หายใจหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ รวมถึงอาจไอเป็นเลือด ซึ่งอาการมีความคล้ายเคียงกับวัณโรค
- การติดเชื้อเฉพาะที่เฉียบพลัน หากบริเวณผิวหนังมีการติดเชื้อจะมีอาการเจ็บ บวม และมีแผลเปื่อยออกสีขาวเทา ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นหนอง ตามมาด้วยการเป็นไข้และเจ็บกล้ามเนื้อตามมา
- การติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยมีแนวโน้มเกิดภาวะช็อกมากที่สุด อาการที่พบ ได้แก่ ปวดศีรษะ หายใจลำบาก มีไข้ ปวดข้อต่อ รู้สึกไม่สบายท้อง สูญเสียการรับรู้ด้านสถานที่ เวลา และบุคคลบางราย อาจพบฝีทั่วร่างกาย
- เชื้อกระจายทั่วร่างกาย ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรังที่มีผลกระทบต่อหัวใจ สมอง ตับ ไต ม้าม ต่อมลูกหมาก ข้อต่อ ต่อมน้ำเหลือง กระดูก และดวงตา
ลักษณะการติดเชื้อผู้ป่วย
ติดเชื้อจากการสัมผัสดินและน้ำเป็นเวลานาน หรือบริโภคน้ำไม่สะอาดที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป โดยเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางผิวหนัง การรับประทานอาหาร และการหายใจได้
กลุ่มเสี่ยง
ผู้ที่มีโอกาสเป็นโรคไข้ดินมากที่สุด ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคธาลัสซีเมีย โรคไต และระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสกับดินและน้ำเป็นเวลานาน เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่
วิธีการป้องกัน
- ควรสวมรองเท้าบูตทุกครั้งขณะลุยน้ำหรือย่ำดิน
- ดื่มน้ำสะอาดที่ผ่านการกรองหรือต้มสุกแล้วเท่านั้น
- ทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากมีการสัมผัสน้ำและดิน
ความอันตรายของโรค
ในกรณีที่ได้รับการรักษาช้าเกินไป อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต เนื่องจากพบภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะไตวายหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด การทำงานของอวัยวะอื่น ๆ บกพร่อง รวมถึงการรับยาไม่ถูกชนิด ก็ล้วนแต่ส่งผลให้อากาศรุนแรงขึ้น แต่หากได้รับการวินิจฉัยอย่างทันถ้วนที จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันใน 2 สัปดาห์แรก (ด้วยวิธีการฉีด) จากนั้นแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะประเภทกินติดต่อกัน 5 เดือน
ทั้งนี้แม้อาการของโรคที่ติดเชื้อเมลิออยด์จะไม่ได้รุนแรงนัก แต่ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก ดังนั้นจึงควรเฝ้าระวังและหาวิธีการป้องกันอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในบริเวณแถบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

